บทความวิจัย

สมภาร ศิโล - thaied

Current Record: สมภาร ศิโล

สมภาร ศิโล

สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล

 

                              1.  สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยทั้ง  6   ด้าน  มีค่าอยู่ระหว่าง  .285  ถึง  .676 ทุกค่ามีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01  โดยพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่มีความสัมพันธ์กันสูงสุด  คือ  ด้านความรู้ความจำกับความเข้าใจ  (rKC)  รองลงมาได้แก่  ด้านความเข้าใจกับการนำไปใช้  (rCAp)  และด้านความรู้ความจำกับ

การนำไปใช้  (rKAp)  มีค่าเท่ากับ  .676  .659  และ  .646  ตามลำดับ  ส่วนพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่มีความสัมพันธ์กันต่ำสุด  คือ  ด้านการสังเคราะห์กับการประเมินค่า  (rSE )  รองลงมา  คือ  ด้านการวิเคราะห์กับการประเมินค่า  (rAnE)  ด้านการวิเคราะห์กับการสังเคราะห์  (rAnS)  และด้านความเข้าใจกับการประเมินค่า  (rCE)   ซึ่งมีค่าเป็น  .285  .295  .325  และ  .336  ตามลำดับ

                              2.  ผลการศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยตามสมมติฐานการวิจัย 

(Hypothesized  Model)  พบว่า  รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยตามสมมติฐานการวิจัยไม่สอดคล้องกับข้อมูลจากสภาพจริง

3.      ผลการศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยรูปแบบใหม่ (Trimmed  Model)

พบว่า  รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้  ด้านพุทธิพิสัยที่ปรับปรุง  ใหม่สอดคล้องกับข้อมูลจากสภาพจริง  

                             พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นสาเหตุ และผลทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า  (E)  ได้แก่  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความรู้ความจำ  (K)  และด้านการนำไปใช้  (Ap)

                              พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นสาเหตุ และผลทางตรงต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า  (E)  ได้แก่  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการวิเคราะห์  (An)

                              พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นสาเหตุ  และผลทางอ้อมต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า  (E)  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความเข้าใจ  (C) 

                              พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นพฤติกรรมปลายทางของรูปแบบ  ได้แก่  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการสังเคราะห์  (S)  และด้านการประเมินค่า  (E)

Click to minimize this section Details

ยอมรับเงื่อนไข 1
ลำดับที่ 807
ชื่อบทความ(title) รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ชื่อผู้เขียน สมภาร ศิโล
ชื่อผู้เขียน(eng) Somphan Silo
สถานที่ติดต่อ 387 หมู่9 ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ 36000
เนื้อหา(content)

รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต

ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่   6

 

                          ผู้วิจัย  สมภาร   ศิโล

                                                                                                                                       กรรมการควบคุม  สมนึก   ภัททิยธนี  

                             มนตรี   อนันตรักษ์

 

ผู้วิจัยขอนำบทคัดย่อเมื่อคราวศึกษาในระดับปริญญาโทการศึกษามหาบัณฑิต  สาขาวิชา การวัดผลการศึกษา

ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม   ที่พิมพ์ ในปี  พ.ศ. 2541  ด้วยมูลเหตุจูงใจที่สำคัญ  คือ  การปรับปรุงจุดมุ่งหมายทางการศึกษา

ของบลูม และคณะ (Benjamin  F. Bloom)   เมื่อปี  ค.ศ. 2001   ซึ่งได้พัฒนาแนวคิดนี้ตลอดระยะเวลาช่วง  ค.ศ. 1950-1959   และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจนถึงปัจจุบันในการนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาหลักสูตร  การวางแผนการเรียนการสอน  การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการประเมินผลการเรียนการสอน   รวมถึงการนำไปใช้จำแนกความแตกต่างของระดับการคิดขั้นสูง-ขั้นต่ำ   มีการนำไปประยุกต์ใช้ในทุกสาขาและทุกระดับการศึกษาในทุกประเทศทั่วโลก    ใน

การปรับปรุงครั้งใหญ่นี้ดำเนินการโดย   David  Krathwohl  หนึ่งในทีมงานที่ร่วมก่อตั้งแนวคิดนี้แต่แรกเริ่ม  (วิทวัฒน์ 

ขัตติยะมาน  และฉัตรศิริ  ปิยะพิมลสิทธิ์.  2549 : 1-10)     

ผลการปรับปรุงจุดมุ่งหมายทางการศึกษาด้านพุทธิพิสัยครั้งใหม่นี้  มีการเปลี่ยนแปลงลำดับขั้นสูงสุด   จาก

เดิมที่มีการประเมินค่าสูงสุดมาเป็นการคิดสร้างสรรค์   การเปลี่ยนแปลงนิยามศัพท์ใหม่   และมีการเพิ่มมิติด้านโครงสร้าง

จากเดิมมีหนึ่งมิติเป็นสองมิติ   คือ  มิติของความรู้   และมิติของกระบวนการทางปัญญา   การปรับปรุงดังกล่าวนี้มาสอดคล้องกับผลการวิจัยของผู้เขียนหลายประเด็น  โดยเฉพาะลำดับขั้นสูงสุด   จึงขอยกบทคัดย่อและการอภิปรายผลมาเผยแพร่ ให้เป็นแนวทางการศึกษาวิจัยของผู้สนใจ  และการนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนต่อไป  ดังต่อไปนี้

 

บทคัดย่อ

                              การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่   6   กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่   6  ในภาคเรียนที่   1   ปีการศึกษา   2540   ของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอบ้านไผ่   จังหวัดขอนแก่น   จำนวน   310   คน   ซึ่งได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย   (Simple   Random   Sampling)   เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ   วัดพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย   สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล   ได้แก่   การวิเคราะห์เส้นทาง   (Path   Analysis)     ผลการวิจัย   ได้รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่   6   ดังนี้     

                              พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความรู้ความจำมีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุทั้งทางตรง    และทางอ้อมต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า

                              พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความเข้าใจมีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุทางอ้อมต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้าน

การประเมินค่า

                              พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการนำไปใช้มีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุทั้งทางตรง   และทางอ้อมต่อพฤติกรรม

การเรียนรู้ด้านการประเมินค่า

                              พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการวิเคราะห์มีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุทางตรงต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้าน

การประเมินค่า

                              ส่วนพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการสังเคราะห์ไม่มีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้าน

การประเมินค่า 

 

ในการวิจัยเรื่อง  รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริม

ประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6     ครั้งนี้ได้มีผู้วิจัยนำเสนอผลการวิจัยตามลำดับ   ดังนี้

 

ความมุ่งหมายของการวิจัย

              

เพื่อศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริม

ประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่   6  ภาคเรียนที่   1   ปีการศึกษา   2540   ลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยทั้ง 6  ขั้น  ได้แก่  ความรู้ความจำ  ความเข้าใจ  การนำไปใช่  การวิเคราะห์  การสังเคราะห์  และการประเมินค่า

 

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

 

1.  ประชากร  ได้แก่  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา  2540  ของโรงเรียนประถมศึกษาสังกัด

สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  จำนวน  1,473  คน

2.      กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6 ในปีการศึกษา 2540 ของโรงเรียนประถมศึกษา

สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จำนวน 310  คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางแสดงจำนวนของประชากรของเครซี่  และมอร์แกน  (Krejcie  and  Morgan)   มีโรงเรียนเป็นหน่วยของสุ่ม  และใช้วิธีการสุ่ม

อย่างง่ายดาย  (Simple  Random  Sampling )  แบบจับฉลากทีละโรงเรียน

 

เครื่องมือใช้ในการวิจัย

 

               การวิจัยครั้งนี้ใช้แบบทดสอบวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการพุทธิพิสัย  จำนวน  1  ฉบับ   ที่มีค่า

ความเชื่อมั่นจากการคำนวณ  โดยใช้สูตร  KR-20  เท่ากับ  .82    และในแต่ละข้อได้ผ่านตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างและเนื้อหา  มีผลการวิเคราะห์หาค่าความอยาก  (p) ค่าอำนาจจำแนก (r)  รายข้อตามเกณฑ์ที่กำหนด   

การเก็บรวบรวมข้อมูล

 

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยนำเครื่องมือไปเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง  กับนักเรียนที่

เป็นกลุ่มตัวอย่างของการวิจัย  ในวันที่  22-26  กันยายน  2540

 

การวิเคราะห์ข้อมูล

 

1.  หาค่าเฉลี่ย  ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของพฤติกรรมการเรียนรู้ด้าน

พุทธิพิสัยทั้ง  6  ลำดับขั้น

2.  หาค่าความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผลด้วยวิธีการวิเคราะห์เส้นทาง  (Path  Analysis) 

 

สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล

 

                              1.  สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยทั้ง  6   ด้าน  มีค่าอยู่ระหว่าง  .285  ถึง  .676 ทุกค่ามีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01  โดยพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่มีความสัมพันธ์กันสูงสุด  คือ  ด้านความรู้ความจำกับความเข้าใจ  (rKC)  รองลงมาได้แก่  ด้านความเข้าใจกับการนำไปใช้  (rCAp)  และด้านความรู้ความจำกับ

การนำไปใช้  (rKAp)  มีค่าเท่ากับ  .676  .659  และ  .646  ตามลำดับ  ส่วนพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่มีความสัมพันธ์กันต่ำสุด  คือ  ด้านการสังเคราะห์กับการประเมินค่า  (rSE )  รองลงมา  คือ  ด้านการวิเคราะห์กับการประเมินค่า  (rAnE)  ด้านการวิเคราะห์กับการสังเคราะห์  (rAnS)  และด้านความเข้าใจกับการประเมินค่า  (rCE)   ซึ่งมีค่าเป็น  .285  .295  .325  และ  .336  ตามลำดับ

                              2.  ผลการศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยตามสมมติฐานการวิจัย 

(Hypothesized  Model)  พบว่า  รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยตามสมมติฐานการวิจัยไม่สอดคล้องกับข้อมูลจากสภาพจริง

3.      ผลการศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยรูปแบบใหม่ (Trimmed  Model)

พบว่า  รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้  ด้านพุทธิพิสัยที่ปรับปรุง  ใหม่สอดคล้องกับข้อมูลจากสภาพจริง  

                             พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นสาเหตุ และผลทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า  (E)  ได้แก่  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความรู้ความจำ  (K)  และด้านการนำไปใช้  (Ap)

                              พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นสาเหตุ และผลทางตรงต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า  (E)  ได้แก่  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการวิเคราะห์  (An)

                              พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นสาเหตุ  และผลทางอ้อมต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า  (E)  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความเข้าใจ  (C) 

                              พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นพฤติกรรมปลายทางของรูปแบบ  ได้แก่  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการสังเคราะห์  (S)  และด้านการประเมินค่า  (E)

 

อภิปรายผล

 

                              จากการศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย  ในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6  สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้

                              1.  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยทั้ง  6  ลำดับขั้นมีความสัมพันธ์กัน

พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยทั้ง  6  ลำดับขั้น  ได้แก่  ด้านความรู้ความจำ  ความเข้าใจ  การนำไปใช้ 

การวิเคราะห์  การสังเคราะห์  และการประเมินค่า  มีความสัมพันธ์กันทางทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  ที่ระดับ  .01  ทุกค่า  ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของวรรณวิภา  จัตุชัย  (2530  :  80-81)  ที่ศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย   ในผลสัมฤทธิ์วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  และสอดคล้องกับผลการวิจัยของประเสริฐ  บุญโห้  (2536  :  38-39)  ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ตามลำดับขั้นด้านพุทธิพิสัย  กับระดับความสามารถในกลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตชั้นประถมศึกษาปีที่  6  เรื่อง  ชาติไทย  ซึ่งพบว่า  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในแต่ละลำดับขั้นมีความสัมพันธ์กันทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .001  ซึ่งเป็นการสนับสนุนแนวความคิดการจำแนกพฤติกรรมการเรียนรู้ที่สมองของมนุษย์ที่บลูม  และคณะ  (Bloom  and  others.  1972  :  201-207)  เสนอไว้ว่า  พฤติกรรม

การเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยประกอบด้วย  6  พฤติกรรมย่อย  ได้แก่  ความรู้ความจำ  ความเข้าใจ    การนำไปใช้    การวิเคราะห์

การสังเคราะห์  และการประเมินค่า

                              2.  รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย  ตามสมมติฐานการวิจัย  (Hypothesized  Model)

                               รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย  ตามสมมติฐานการวิจัยเป็นรูปแบบที่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย   ในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6  เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของรูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยตามสมมุติฐานการวิจัย  พบว่า  พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัยแต่ละด้านมีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผลต่อเนื่องกันตามลำดับ  มีแยกแขนงออกมาเพียงเส้นทางเดียว  คือ  จากพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความเข้าใจไปยังด้านการสังเคราะห์  โดยในลำดับขั้นต่ำเป็นสาเหตุทางตรงไปยังลำดับขั้นที่สูงขึ้น  นั่นคือ  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความรู้ความจำ  เป็นสาเหตุต่อพฤติกรรมการเรียนรู้

ด้านความเข้าใจ  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความเข้าใจเป็นสาเหตุต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการนำไปใช้ และการสังเคราะห์ 

พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการนำไปใช้เป็นสาเหตุต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการวิเคราะห์  และพฤติกรรมการเรียนรู้ด้าน

การนำไปใช้  เป็นสาเหตุต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า  และมีรูปแบบของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยอย่างง่าย ๆ  ไม่ซับซ้อน  มีเส้นทางแสดงความสัมพันธ์ในรูปแบบเพียง  6  เส้นทาง  ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยตามสมมติฐานการวิจัย  มีรูปแบบไม่สอดคล้องกับข้อมูลจากสภาพจริง

                              3. รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่สอดคล้องกับข้อมูลจากสภาพจริง

                              รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่ปรับปรุงใหม่ (Trimmed  Model)  <

ผลสรุป(summary)

สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล

 

                              1.  สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยทั้ง  6   ด้าน  มีค่าอยู่ระหว่าง  .285  ถึง  .676 ทุกค่ามีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01  โดยพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่มีความสัมพันธ์กันสูงสุด  คือ  ด้านความรู้ความจำกับความเข้าใจ  (rKC)  รองลงมาได้แก่  ด้านความเข้าใจกับการนำไปใช้  (rCAp)  และด้านความรู้ความจำกับ

การนำไปใช้  (rKAp)  มีค่าเท่ากับ  .676  .659  และ  .646  ตามลำดับ  ส่วนพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่มีความสัมพันธ์กันต่ำสุด  คือ  ด้านการสังเคราะห์กับการประเมินค่า  (rSE )  รองลงมา  คือ  ด้านการวิเคราะห์กับการประเมินค่า  (rAnE)  ด้านการวิเคราะห์กับการสังเคราะห์  (rAnS)  และด้านความเข้าใจกับการประเมินค่า  (rCE)   ซึ่งมีค่าเป็น  .285  .295  .325  และ  .336  ตามลำดับ

                              2.  ผลการศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยตามสมมติฐานการวิจัย 

(Hypothesized  Model)  พบว่า  รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยตามสมมติฐานการวิจัยไม่สอดคล้องกับข้อมูลจากสภาพจริง

3.      ผลการศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยรูปแบบใหม่ (Trimmed  Model)

พบว่า  รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้  ด้านพุทธิพิสัยที่ปรับปรุง  ใหม่สอดคล้องกับข้อมูลจากสภาพจริง  

                             พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นสาเหตุ และผลทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า  (E)  ได้แก่  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความรู้ความจำ  (K)  และด้านการนำไปใช้  (Ap)

                              พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นสาเหตุ และผลทางตรงต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า  (E)  ได้แก่  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการวิเคราะห์  (An)

                              พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นสาเหตุ  และผลทางอ้อมต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า  (E)  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความเข้าใจ  (C) 

                              พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นพฤติกรรมปลายทางของรูปแบบ  ได้แก่  พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการสังเคราะห์  (S)  และด้านการประเมินค่า  (E)

เอกสารอ้างอิง(reference)

เอกสารอ้างอิง

 

ประเสริฐ  บุญโห้.  (2536).   ความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ตามลำดับขั้นกับระดับความสามารถในกลุ่มสร้างเสริม

                        ประสบการณ์ชีวิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  เรื่องชาติไทย.   วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต  :  มหาวิทยาลัย

                        นเรศวร. 

วรรณวิภา  จัตุชัย.    (2530).   รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในผลสัมฤทธิ์วิชาคณิตศาสตร์ของ

                        นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น .   วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต  :  จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. 

วิทวัฒน์  ขัตติยะมาน  และ  ฉัตรศิริ  ปิยะพิมลสิทธิ์.    การปรับปรุงจุดมุ่งหมายทางการศึกษาของบลูม   Revised  Bloom’s 

                         Taxonomy.    [ออนไลน์].    [วันที่ 5  สิงหาคม  2549].  จาก  :  http : //www.วัดผลจุดคอม.

สมภาร  ศิโล.  (2541).  รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์

                         ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6.  วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต  :  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 

Seddon,  G.  Malcolm.    (1978).    “The  Properties  of  Bloom’s  Taxonomy  of  Educational  Objectives  for  the 

           Cognitive  Domain ”,    Review  of  Educational  Research.    48(2)  :  303-323 ;  Spring.

 

 

 

คำสำคัญ(keyword) ลำดับขั้นการคิด, พุทธิพิสัย, พฤติกรรมการเรียนรู้, รูปแบบโครงสร้างการคิด
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved