รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต
ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้วิจัย สมภาร ศิโล
กรรมการควบคุม สมนึก ภัททิยธนี
มนตรี อนันตรักษ์
ผู้วิจัยขอนำบทคัดย่อเมื่อคราวศึกษาในระดับปริญญาโทการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชา การวัดผลการศึกษา
ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่พิมพ์ ในปี พ.ศ. 2541 ด้วยมูลเหตุจูงใจที่สำคัญ คือ การปรับปรุงจุดมุ่งหมายทางการศึกษา
ของบลูม และคณะ (Benjamin F. Bloom) เมื่อปี ค.ศ. 2001 ซึ่งได้พัฒนาแนวคิดนี้ตลอดระยะเวลาช่วง ค.ศ. 1950-1959 และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจนถึงปัจจุบันในการนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาหลักสูตร การวางแผนการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการประเมินผลการเรียนการสอน รวมถึงการนำไปใช้จำแนกความแตกต่างของระดับการคิดขั้นสูง-ขั้นต่ำ มีการนำไปประยุกต์ใช้ในทุกสาขาและทุกระดับการศึกษาในทุกประเทศทั่วโลก ใน
การปรับปรุงครั้งใหญ่นี้ดำเนินการโดย David Krathwohl หนึ่งในทีมงานที่ร่วมก่อตั้งแนวคิดนี้แต่แรกเริ่ม (วิทวัฒน์
ขัตติยะมาน และฉัตรศิริ ปิยะพิมลสิทธิ์. 2549 : 1-10)
ผลการปรับปรุงจุดมุ่งหมายทางการศึกษาด้านพุทธิพิสัยครั้งใหม่นี้ มีการเปลี่ยนแปลงลำดับขั้นสูงสุด จาก
เดิมที่มีการประเมินค่าสูงสุดมาเป็นการคิดสร้างสรรค์ การเปลี่ยนแปลงนิยามศัพท์ใหม่ และมีการเพิ่มมิติด้านโครงสร้าง
จากเดิมมีหนึ่งมิติเป็นสองมิติ คือ มิติของความรู้ และมิติของกระบวนการทางปัญญา การปรับปรุงดังกล่าวนี้มาสอดคล้องกับผลการวิจัยของผู้เขียนหลายประเด็น โดยเฉพาะลำดับขั้นสูงสุด จึงขอยกบทคัดย่อและการอภิปรายผลมาเผยแพร่ ให้เป็นแนวทางการศึกษาวิจัยของผู้สนใจ และการนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนต่อไป ดังต่อไปนี้
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 6 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2540 ของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จำนวน 310 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ วัดพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์เส้นทาง (Path Analysis) ผลการวิจัย ได้รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ดังนี้
พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความรู้ความจำมีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า
พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความเข้าใจมีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุทางอ้อมต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้าน
การประเมินค่า
พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการนำไปใช้มีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อพฤติกรรม
การเรียนรู้ด้านการประเมินค่า
พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการวิเคราะห์มีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุทางตรงต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้าน
การประเมินค่า
ส่วนพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการสังเคราะห์ไม่มีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้าน
การประเมินค่า
ในการวิจัยเรื่อง รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริม
ประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ครั้งนี้ได้มีผู้วิจัยนำเสนอผลการวิจัยตามลำดับ ดังนี้
ความมุ่งหมายของการวิจัย
เพื่อศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริม
ประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2540 ลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยทั้ง 6 ขั้น ได้แก่ ความรู้ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช่ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่า
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1. ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2540 ของโรงเรียนประถมศึกษาสังกัด
สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จำนวน 1,473 คน
2. กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2540 ของโรงเรียนประถมศึกษา
สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จำนวน 310 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางแสดงจำนวนของประชากรของเครซี่ และมอร์แกน (Krejcie and Morgan) มีโรงเรียนเป็นหน่วยของสุ่ม และใช้วิธีการสุ่ม
อย่างง่ายดาย (Simple Random Sampling ) แบบจับฉลากทีละโรงเรียน
เครื่องมือใช้ในการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้ใช้แบบทดสอบวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการพุทธิพิสัย จำนวน 1 ฉบับ ที่มีค่า
ความเชื่อมั่นจากการคำนวณ โดยใช้สูตร KR-20 เท่ากับ .82 และในแต่ละข้อได้ผ่านตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างและเนื้อหา มีผลการวิเคราะห์หาค่าความอยาก (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) รายข้อตามเกณฑ์ที่กำหนด
การเก็บรวบรวมข้อมูล
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยนำเครื่องมือไปเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง กับนักเรียนที่
เป็นกลุ่มตัวอย่างของการวิจัย ในวันที่ 22-26 กันยายน 2540
การวิเคราะห์ข้อมูล
1. หาค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของพฤติกรรมการเรียนรู้ด้าน
พุทธิพิสัยทั้ง 6 ลำดับขั้น
2. หาค่าความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผลด้วยวิธีการวิเคราะห์เส้นทาง (Path Analysis)
สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล
1. สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยทั้ง 6 ด้าน มีค่าอยู่ระหว่าง .285 ถึง .676 ทุกค่ามีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่มีความสัมพันธ์กันสูงสุด คือ ด้านความรู้ความจำกับความเข้าใจ (rKC) รองลงมาได้แก่ ด้านความเข้าใจกับการนำไปใช้ (rCAp) และด้านความรู้ความจำกับ
การนำไปใช้ (rKAp) มีค่าเท่ากับ .676 .659 และ .646 ตามลำดับ ส่วนพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่มีความสัมพันธ์กันต่ำสุด คือ ด้านการสังเคราะห์กับการประเมินค่า (rSE ) รองลงมา คือ ด้านการวิเคราะห์กับการประเมินค่า (rAnE) ด้านการวิเคราะห์กับการสังเคราะห์ (rAnS) และด้านความเข้าใจกับการประเมินค่า (rCE) ซึ่งมีค่าเป็น .285 .295 .325 และ .336 ตามลำดับ
2. ผลการศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยตามสมมติฐานการวิจัย
(Hypothesized Model) พบว่า รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยตามสมมติฐานการวิจัยไม่สอดคล้องกับข้อมูลจากสภาพจริง
3. ผลการศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยรูปแบบใหม่ (Trimmed Model)
พบว่า รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ ด้านพุทธิพิสัยที่ปรับปรุง ใหม่สอดคล้องกับข้อมูลจากสภาพจริง
พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นสาเหตุ และผลทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า (E) ได้แก่ พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความรู้ความจำ (K) และด้านการนำไปใช้ (Ap)
พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นสาเหตุ และผลทางตรงต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า (E) ได้แก่ พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการวิเคราะห์ (An)
พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นสาเหตุ และผลทางอ้อมต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า (E) พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความเข้าใจ (C)
พฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นพฤติกรรมปลายทางของรูปแบบ ได้แก่ พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการสังเคราะห์ (S) และด้านการประเมินค่า (E)
อภิปรายผล
จากการศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย ในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้
1. พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยทั้ง 6 ลำดับขั้นมีความสัมพันธ์กัน
พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยทั้ง 6 ลำดับขั้น ได้แก่ ด้านความรู้ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้
การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่า มีความสัมพันธ์กันทางทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 ทุกค่า ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของวรรณวิภา จัตุชัย (2530 : 80-81) ที่ศึกษารูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย ในผลสัมฤทธิ์วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และสอดคล้องกับผลการวิจัยของประเสริฐ บุญโห้ (2536 : 38-39) ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ตามลำดับขั้นด้านพุทธิพิสัย กับระดับความสามารถในกลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง ชาติไทย ซึ่งพบว่า พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยในแต่ละลำดับขั้นมีความสัมพันธ์กันทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ซึ่งเป็นการสนับสนุนแนวความคิดการจำแนกพฤติกรรมการเรียนรู้ที่สมองของมนุษย์ที่บลูม และคณะ (Bloom and others. 1972 : 201-207) เสนอไว้ว่า พฤติกรรม
การเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยประกอบด้วย 6 พฤติกรรมย่อย ได้แก่ ความรู้ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์
การสังเคราะห์ และการประเมินค่า
2. รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย ตามสมมติฐานการวิจัย (Hypothesized Model)
รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย ตามสมมติฐานการวิจัยเป็นรูปแบบที่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย ในผลสัมฤทธิ์กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของรูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยตามสมมุติฐานการวิจัย พบว่า พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัยแต่ละด้านมีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผลต่อเนื่องกันตามลำดับ มีแยกแขนงออกมาเพียงเส้นทางเดียว คือ จากพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความเข้าใจไปยังด้านการสังเคราะห์ โดยในลำดับขั้นต่ำเป็นสาเหตุทางตรงไปยังลำดับขั้นที่สูงขึ้น นั่นคือ พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความรู้ความจำ เป็นสาเหตุต่อพฤติกรรมการเรียนรู้
ด้านความเข้าใจ พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความเข้าใจเป็นสาเหตุต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการนำไปใช้ และการสังเคราะห์
พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการนำไปใช้เป็นสาเหตุต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการวิเคราะห์ และพฤติกรรมการเรียนรู้ด้าน
การนำไปใช้ เป็นสาเหตุต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการประเมินค่า และมีรูปแบบของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยอย่างง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน มีเส้นทางแสดงความสัมพันธ์ในรูปแบบเพียง 6 เส้นทาง ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยตามสมมติฐานการวิจัย มีรูปแบบไม่สอดคล้องกับข้อมูลจากสภาพจริง
3. รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่สอดคล้องกับข้อมูลจากสภาพจริง
รูปแบบโครงสร้างของลำดับขั้นการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่ปรับปรุงใหม่ (Trimmed Model) < |